TSplus Remote Access
ทางเลือกที่ง่ายและปลอดภัยกว่า VPN

ลดความซับซ้อนของการเชื่อมต่อแบบ VPN เดิม ด้วยการให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเฉพาะ Application หรือ Desktop ที่ได้รับอนุญาต แทนการเปิดทั้งเครือข่ายภายในองค์กร ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความสะดวก และทำให้ทีม IT บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น

  • ไม่ต้องเปิดสิทธิ์เข้าถึงทั้ง Network เหมือน VPN
  • ใช้งานผ่าน Web Browser / HTML5 Web Portal ได้
  • ลดความเสี่ยงจาก Malware และ Lateral Movement
  • เหมาะกับพนักงานที่ต้องใช้งาน ERP, CRM, โปรแกรมบัญชี หรือระบบภายในจากระยะไกล
TSplus Remote Access ทางเลือกแทน VPN สำหรับองค์กร

VPN คืออะไร และทำไมองค์กรถึงใช้สำหรับ Remote Work?

VPN (Virtual Private Network) หรือ เครือข่ายเสมือนส่วนตัว คือเทคโนโลยีที่สร้าง "ท่อส่งข้อมูลที่ปลอดภัย" (Encrypted Tunnel) เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ของคุณ (เช่น โน้ตบุ๊ก หรือสมาร์ตโฟน) เข้ากับอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายขององค์กร โดยข้อมูลทั้งหมดที่วิ่งผ่านท่อนี้จะถูกเข้ารหัส (Encryption) ทำให้บุคคลภายนอก แฮกเกอร์ หรือแม้แต่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ไม่สามารถแอบดูหรือดักจับข้อมูลได้

เมื่อมองในบริบทของการทำงานจากภายนอกองค์กร (Remote Working / Work from Anywhere) VPN ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมาก โดยมีประโยชน์และข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาดังนี้

อธิบายการทำงานของ VPN Tunnel สำหรับ Remote Work
VPN คืออะไร และประโยชน์ข้อจำกัดสำหรับ Remote Work

ประโยชน์ของ VPN สำหรับการทำงานนอกองค์กร

VPN ยังมีประโยชน์ในหลายกรณี โดยเฉพาะงานที่ต้องเชื่อมต่อระดับเครือข่าย หรือเข้าถึงทรัพยากรภายในองค์กรโดยตรง

01

เข้าถึงทรัพยากรภายในออฟฟิศได้อย่างปลอดภัย (Secure Remote Access)

นี่คือเหตุผลหลักที่องค์กรเลือกใช้ VPN ครับ พนักงานสามารถเชื่อมต่อเข้าไปใช้งานระบบภายในที่ปกติจะเข้าได้เฉพาะตอนนั่งอยู่ที่ออฟฟิศเท่านั้น เช่น: ฐานข้อมูลของบริษัท (Internal Databases) ระบบแชร์ไฟล์ภายใน (File Servers / NAS) แอปพลิเคชันหรือเว็บระบบงานภายใน (Intranet / ERP / CRM)

02

ป้องกันการดักจับข้อมูลบน Wi-Fi สาธารณะ (Public Wi-Fi Security)

เวลาที่พนักงานไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ สนามบิน หรือโรงแรม แล้วจำเป็นต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะโดนโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (MitM) หรือการแอบดักฟังข้อมูล การเปิด VPN จะช่วยเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมด ทำให้ต่อให้ Wi-Fi นั้นไม่ปลอดภัย ข้อมูลของบริษัทก็ยังปลอดภัยอยู่

03

ยืนยันตัวตนและกำหนดสิทธิ์ได้แม่นยำ (Identity & Access Control)

ระบบ Corporate VPN ส่วนใหญ่จะทำงานร่วมกับระบบยืนยันตัวตนขององค์กร (เช่น Active Directory หรือระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์) และมักบังคับให้ทำ Multi-Factor Authentication (MFA) ร่วมด้วย ช่วยให้ฝ่าย IT มั่นใจได้ว่าคนที่รีโมตเข้ามาคือพนักงานคนนั้นจริงๆ และสามารถจำกัดสิทธิ์ได้ว่าพนักงานแผนกไหนเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ตัวใดได้บ้าง

ข้อจำกัดและความเสี่ยงของ VPN

แม้ว่า VPN จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้ไร้จุดบกพร่อง และมีข้อจำกัดที่องค์กรยุคใหม่ต้องระวัง

01

ความเร็วอินเทอร์เน็ตลดลง

ข้อมูลต้องถูกเข้ารหัสและวิ่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN กลางก่อนออกไปยังปลายทาง ทำให้เกิด Latency หรือความเร็วลดลงได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานไฟล์ขนาดใหญ่ หรือระบบที่ต้องส่งข้อมูลต่อเนื่อง

02

เสี่ยงต่อ Lateral Movement

หากเครื่องปลายทางของพนักงานติด Malware หรือ Ransomware แล้วเชื่อมต่อ VPN เข้ามา ภัยคุกคามอาจมองเห็นเครือข่ายภายใน และแพร่กระจายไปยัง Server หลักขององค์กรได้

03

เกิดคอขวดที่ VPN Gateway

เมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมากเชื่อมต่อพร้อมกัน เซิร์ฟเวอร์ VPN หรือ Gateway ส่วนกลางอาจรับโหลดไม่ไหว ทำให้ระบบช้า หลุด หรือกระทบผู้ใช้งานทั้งหมดในช่วงเวลาสำคัญ

04

ดูแลรักษาซับซ้อน

ฝ่าย IT ต้องดูแล VPN Client, Firewall, Routing, Port และ Patch อย่างต่อเนื่อง เพราะ VPN Gateway มักเป็นเป้าหมายหลัก ที่ผู้ไม่หวังดีใช้หาช่องโหว่เพื่อเจาะเข้าองค์กร

ข้อด้อยของ VPN แบบดั้งเดิม

VPN ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้จากภายนอกเข้าสู่เครือข่ายองค์กร แต่เมื่อ Remote Work เพิ่มขึ้น VPN เริ่มมีข้อจำกัดหลายด้าน

01

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

หากบัญชีผู้ใช้หรืออุปกรณ์ปลายทางถูกแฮก ผู้ไม่หวังดีอาจเข้าถึงทั้งเครือข่ายได้ทันที VPN มักเปิดช่องทางเข้าสู่ Network โดยตรง จึงเสี่ยงต่อ Credential Theft, Brute Force และ Man-in-the-Middle

02

ประสิทธิภาพช้าลง

การเชื่อมต่อทั้งหมดต้องวิ่งผ่าน VPN Tunnel เมื่อผู้ใช้งานมากขึ้น ความเร็วอาจลดลงและ Latency สูง โดยเฉพาะการใช้งานข้ามพื้นที่หรือข้ามประเทศ

03

การดูแลระบบซับซ้อน

ต้องติดตั้ง VPN Client ตั้งค่า Firewall, Routing และ Port รวมถึงดูแล User Access ซึ่งทำได้ยากขึ้นเมื่อองค์กรขยายตัว

04

ผู้ใช้เข้าถึงมากเกินความจำเป็น

VPN มักให้สิทธิ์เข้าถึงทั้ง Network Segment ไม่ได้จำกัดเฉพาะ Application ที่จำเป็น จึงขัดกับแนวคิด Zero Trust Security

05

User Experience ไม่สะดวก

ผู้ใช้ต้อง Connect VPN ก่อนใช้งาน อาจเจอปัญหาหลุดบ่อย และใช้งานจากมือถือหรือ Browser ได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร

TSplus Remote Access ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร

TSplus เปลี่ยนจากการเปิดทั้งเครือข่ายมาเป็นการให้ผู้ใช้เข้าถึงเฉพาะ Application หรือ Desktop ที่ได้รับอนุญาต ทำให้ใช้งานง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงได้มากกว่า

01

ลดการเปิดเผยเครือข่ายภายใน

ผู้ใช้เห็นเฉพาะ Application หรือ Desktop ที่ได้รับอนุญาต ลด Attack Surface และสอดคล้องกับแนวคิด Least Privilege / Zero Trust

02

ใช้งานผ่าน Web Browser ได้

รองรับ HTML5 Web Portal ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง VPN Client ใช้งานได้ง่ายทั้ง Windows, Mac, Tablet และ Mobile

03

ประสิทธิภาพดีกว่าในหลายกรณี

ส่งเฉพาะหน้าจอ Application และ Keyboard / Mouse Input ไม่ต้อง Tunnel Traffic ทั้งระบบ จึงช่วยลด Bandwidth และ Latency

04

เสริม Security Layer เพิ่มเติม

เมื่อใช้ร่วมกับ TSplus Advanced Security จะเสริมได้ด้วย 2FA / MFA, Brute-force Protection, Geo Blocking, IP Filtering และ Ransomware Protection

05

บริหารจัดการง่ายกว่า

เหมาะกับ SMB และองค์กรที่ต้องการระบบติดตั้งง่าย ค่าใช้จ่ายคุมได้ และจัดการสิทธิ์ตาม User, Group หรือ Application ได้สะดวก

จุดเด่นที่ทำให้ TSplus Remote Access มีข้อดีและตอบโจทย์การทำงานยุคนี้ได้มากกว่า VPN ในหลายมิติ

ภาพรวมความแตกต่างระหว่างการเชื่อมต่อแบบ VPN ดั้งเดิม กับการใช้งาน TSplus Remote Access สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปในองค์กร

เปรียบเทียบ VPN กับ TSplus Remote Access ด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ ประสบการณ์ผู้ใช้ การจัดการแอป และค่าใช้จ่าย
เปรียบเทียบ VPN กับ TSplus Remote Access สำหรับมือถือ

บนอุปกรณ์มือถือ สามารถดูรายละเอียดเปรียบเทียบในหัวข้อด้านล่างแทนภาพ Infographic เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

ทำไม TSplus จึงเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปมากกว่า VPN

รายละเอียดเชิงเปรียบเทียบที่ช่วยให้เห็นภาพว่า TSplus Remote Access เหมาะกับงาน Application, ERP, CRM, Accounting และระบบภายในมากกว่าอย่างไร

01

ความปลอดภัยสูงกว่า เพราะไม่เปิดทั้ง Network

TSplus ทำงานแบบ Session-level access ให้ผู้ใช้เข้าถึงเฉพาะหน้าต่างแอปพลิเคชัน หรือเดสก์ท็อปที่กำหนดไว้ ลด Attack Surface และลดความเสี่ยงจาก Lateral Movement

02

ประสิทธิภาพและความเร็วที่ดีกว่า

โปรแกรมทำงานบน Server ฝั่งองค์กร แล้วส่งกลับมาเฉพาะภาพหน้าจอและการควบคุม จึงใช้ Bandwidth ต่ำ และเหมาะกับโปรแกรมบัญชี ERP หรือระบบฐานข้อมูล

03

ใช้งานง่าย ไม่ต้องติดตั้ง Client

ผู้ใช้เปิดผ่าน Web Browser ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น Chrome, Edge หรือ Safari ลดภาระฝ่าย IT ที่ต้องติดตั้งและแก้ปัญหา VPN Client ให้ผู้ใช้แต่ละคน

04

จัดการแอปพลิเคชันจากส่วนกลาง

ฝ่าย IT ติดตั้งและอัปเดตโปรแกรมไว้ที่ Server กลาง แล้วกำหนดสิทธิ์ให้แต่ละกลุ่มผู้ใช้ เห็นเฉพาะ Application ที่เกี่ยวข้องผ่าน Web Portal

05

คุ้มค่าในระยะยาว

เหมาะกับองค์กรที่ต้องการลดต้นทุน Hardware VPN Gateway หรือ Cloud VPN รายเดือน และต้องการระบบ Remote Access ที่คุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายกว่า

สรุปการเลือกใช้งาน

VPN และ TSplus มีจุดแข็งต่างกัน การเลือกใช้งานควรดูจากลักษณะงาน และระดับการเข้าถึงที่ผู้ใช้จำเป็นต้องใช้จริง

เลือก VPN เมื่อ

ต้องจัดการระบบระดับ Network

เหมาะกับงานของ IT Admin, Developer, Site-to-Site ระหว่างสาขา หรือกรณีที่ต้องเข้าถึง Server และ Service ภายในในระดับเครือข่ายจริง ๆ

เลือก TSplus เมื่อ

ต้องให้ End Users ใช้งานโปรแกรมภายใน

เหมาะกับพนักงานทั่วไปที่ต้องใช้โปรแกรมบัญชี ERP CRM ระบบเอกสาร หรือโปรแกรม Windows ภายในองค์กร โดยไม่ต้องเปิดสิทธิ์เข้าถึงทั้ง Network

คำถามที่พบบ่อย

คำถามสำหรับองค์กรที่กำลังพิจารณาใช้ TSplus Remote Access เป็นทางเลือกแทน VPN สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

TSplus ใช้แทน VPN ได้จริงไหม?

ใช้แทน VPN ได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะงานที่ผู้ใช้งานต้องเข้าถึง Application, Desktop, ERP, CRM หรือโปรแกรมภายในองค์กรจากระยะไกล แต่ไม่ต้องการเปิดการเข้าถึงทั้ง Network

TSplus แตกต่างจาก VPN อย่างไร?

VPN ให้ผู้ใช้งานเชื่อมต่อเข้าสู่ Network ขององค์กร ส่วน TSplus ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเฉพาะ Application หรือ Desktop ที่ได้รับอนุญาต จึงช่วยลดการเปิดเผยเครือข่ายภายใน

ยังจำเป็นต้องใช้ VPN อยู่ไหม?

VPN ยังเหมาะกับบางงาน เช่น Site-to-Site, งานของ IT Admin หรือ Developer ที่ต้องจัดการระบบระดับ Network แต่สำหรับ End Users ที่ต้องใช้โปรแกรมภายใน TSplus มักใช้งานง่ายและเหมาะกว่า

ต้องติดตั้งโปรแกรมบนเครื่องผู้ใช้งานไหม?

TSplus รองรับ HTML5 Web Portal ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานผ่าน Browser ได้ในหลายกรณี ลดปัญหาการติดตั้งและตั้งค่า VPN Client

ปลอดภัยกว่า VPN อย่างไร?

TSplus ลดการเปิดเผย Network ภายใน และสามารถเสริมความปลอดภัยด้วย 2FA/MFA, Brute-force Protection, Geo Blocking, IP Filtering, Endpoint Restriction และ Ransomware Protection เมื่อใช้งานร่วมกับ TSplus Advanced Security

เหมาะกับโปรแกรมแบบไหน?

เหมาะกับโปรแกรมบัญชี ERP CRM ระบบเอกสาร ระบบ HR หรือโปรแกรม Windows ภายในองค์กร ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานเข้าถึงจากภายนอกได้อย่างปลอดภัย

พร้อมลดความเสี่ยงและความซับซ้อนจาก VPN แล้วหรือยัง?

เริ่มต้นใช้งาน TSplus Remote Access เพื่อให้พนักงานเข้าถึงโปรแกรมภายในได้ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และลดภาระการดูแลระบบของทีม IT