27 ก.ค. 2026
บอกลาช่องโหว่ของ VPN
ปลดล็อกความปลอดภัยข้อมูลองค์กรขั้นสุดด้วย TSplus Remote Access

บอกลาข้อจำกัดของ VPN ด้วย TSplus Remote Access
ในยุคที่การทำงานแบบ Work From Anywhere กลายเป็นเรื่องปกติ องค์กรต้องเปิดให้พนักงานสามารถเข้าถึงระบบของบริษัทจากภายนอกได้มากขึ้น แต่ความยืดหยุ่นดังกล่าวก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อพนักงานเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi สาธารณะหรือใช้อุปกรณ์ส่วนตัว
VPN เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้สำหรับการเชื่อมต่อจากระยะไกลมาอย่างยาวนาน ขณะที่ TSplus Remote Access นำเสนอรูปแบบการเข้าถึงที่เน้นการเปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเฉพาะ Application หรือ Desktop ที่ได้รับอนุญาต
จุดอ่อนของการเปิด Network Access ผ่าน VPN
ตามข้อมูลต้นฉบับ VPN ทำงานโดยเชื่อมต่ออุปกรณ์ของพนักงานเข้ากับ Network ของบริษัท ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงหากอุปกรณ์ปลายทางติด Malware หรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ หากองค์กรอนุญาตให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดไฟล์ออกจากระบบ ข้อมูลสำคัญอาจถูกจัดเก็บบนอุปกรณ์ส่วนตัวที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของฝ่าย IT
TSplus Remote Access แตกต่างอย่างไร
TSplus Remote Access เน้นให้ผู้ใช้งานเข้าไปทำงานกับ Application และ Desktop ที่อยู่บน Server แทนการเปิดให้เข้าถึง Network ทั้งหมด
ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเฉพาะระบบที่จำเป็น และบริหารจัดการการเข้าถึงจาก Server ส่วนกลาง
1. ข้อมูลและการประมวลผลอยู่บน Server
การทำงานผ่าน TSplus Remote Access เกิดขึ้นบน Server ขององค์กร โดยอุปกรณ์ของผู้ใช้งานทำหน้าที่แสดงผลและส่งคำสั่งการใช้งานกลับไปยัง Remote Session
แนวทางนี้ช่วยลดความจำเป็นในการนำไฟล์หรือข้อมูลสำคัญออกจาก Server ไปจัดเก็บบนอุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงาน
หากองค์กรปิดหรือจำกัดฟังก์ชันการโอนไฟล์ตามนโยบายที่กำหนด ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงของข้อมูลตกค้างบน Endpoint ได้
2. กำหนดสิทธิ์แบบ Application-Level Access
ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่มเข้าถึงเฉพาะ Application ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตนเอง
ตัวอย่างเช่น ฝ่ายบัญชีสามารถเข้าใช้งานโปรแกรมบัญชี ขณะที่ฝ่ายขายสามารถเข้าใช้งาน CRM โดยไม่จำเป็นต้องเปิดให้เข้าถึงระบบหรือข้อมูลส่วนอื่นทั้งหมด
แนวทางนี้ช่วยลดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นและทำให้การควบคุมการเข้าถึงระบบเป็นแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
3. ลดข้อมูลตกค้างบนอุปกรณ์ผู้ใช้งาน
เมื่อ Application และข้อมูลหลักทำงานอยู่บน Server ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้งหรือจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้บน Notebook, Smartphone หรือ Tablet ของตนเอง
จึงช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่อุปกรณ์สูญหายหรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะเมื่อองค์กรมีการกำหนดนโยบายเรื่องการดาวน์โหลด การโอนไฟล์ และสิทธิ์การใช้งานอย่างเหมาะสม
4. เพิ่มความปลอดภัยด้วย Advanced Security และ 2FA
TSplus สามารถใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม เพื่อช่วยควบคุมและตรวจสอบการเข้าใช้งานจากภายนอกองค์กร
- Brute-Force Defender ช่วยตรวจจับและบล็อก IP Address ที่มีความพยายามเข้าสู่ระบบซ้ำ ๆ หรือมีพฤติกรรมผิดปกติ
- Homeland Protection หรือ Geo-blocking ช่วยจำกัดการเข้าถึงจากประเทศหรือพื้นที่ที่องค์กรไม่ได้อนุญาต
- Two-Factor Authentication หรือ 2FA เพิ่มขั้นตอนการยืนยันตัวตนนอกเหนือจาก Username และ Password
- สามารถกำหนดวันและเวลาเข้าใช้งานระบบตามนโยบายขององค์กรได้
เปรียบเทียบชัด ๆ: VPN แบบดั้งเดิม vs TSplus Remote Access
เพื่อให้เห็นความแตกต่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองเปรียบเทียบรูปแบบการเข้าถึงระบบ ความปลอดภัย การจัดการข้อมูล และการบริหารระบบระหว่าง VPN แบบดั้งเดิมกับ TSplus Remote Access
VPN แบบดั้งเดิม
Network-Level Access
TSplus Remote Access
Application-Level Access
ระดับการเข้าถึง
เชื่อมต่ออุปกรณ์ของผู้ใช้งานเข้าสู่เครือข่ายขององค์กร และสามารถเข้าถึงทรัพยากรภายใน Network ตามสิทธิ์ที่กำหนด
สามารถกำหนดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเฉพาะ Application หรือ Desktop ที่จำเป็นต่อการทำงานได้
การกำหนดสิทธิ์
สิทธิ์การใช้งานมักผูกกับการเข้าถึง Network และทรัพยากรภายในเครือข่าย
สามารถกำหนด Application ให้กับ User หรือ Group แต่ละกลุ่มได้จากส่วนกลาง
ความเสี่ยงจากอุปกรณ์ปลายทาง
เมื่ออุปกรณ์ของผู้ใช้งานเชื่อมต่อเข้ากับ Network ขององค์กร อุปกรณ์ที่มี Malware หรือมีปัญหาด้านความปลอดภัยอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับระบบภายใน
ผู้ใช้งานทำงานผ่าน Remote Session ที่อยู่บน Server ช่วยแยกสภาพแวดล้อมการทำงานออกจาก Device ของผู้ใช้งานมากขึ้น
การจัดเก็บข้อมูล
อาจมีการรับส่งหรือดาวน์โหลดไฟล์ระหว่างระบบขององค์กรกับ Device ของผู้ใช้งาน ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและนโยบายขององค์กร
Application และข้อมูลหลักสามารถทำงานและจัดเก็บอยู่บน Server โดยองค์กรสามารถจำกัดการดาวน์โหลดหรือโอนไฟล์ตามนโยบายได้
การใช้งาน Application
Application บางประเภทต้องรับส่งข้อมูลผ่าน VPN ระหว่าง Device กับ Server ซึ่งประสิทธิภาพอาจขึ้นอยู่กับ Network และปริมาณข้อมูล
Application ทำงานอยู่บน Server และผู้ใช้งานเข้าใช้งานผ่าน Remote Session ทำให้การประมวลผลหลักยังอยู่ภายในระบบขององค์กร
การติดตั้งฝั่งผู้ใช้งาน
โดยทั่วไปต้องมี VPN Client หรือการตั้งค่าการเชื่อมต่อบน Device ที่ต้องการใช้งาน
สามารถเข้าใช้งานผ่าน Web Portal และเว็บเบราว์เซอร์ที่รองรับ HTML5 ได้ตามรูปแบบที่องค์กรกำหนด
การบริหารจัดการของฝ่าย IT
ฝ่าย IT ต้องบริหารทั้ง VPN, Network Access และการตั้งค่าบนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
สามารถจัดการ User, Application, สิทธิ์ และ Remote Access จาก Server ส่วนกลางผ่าน AdminTool
ความปลอดภัยเพิ่มเติม
สามารถเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยได้ แต่ขึ้นอยู่กับระบบ VPN และโซลูชันเสริมที่องค์กรใช้งาน
สามารถใช้งานร่วมกับ Two-Factor Authentication และ TSplus Advanced Security เช่น Brute-Force Defender และ Homeland Protection
สรุปแบบเข้าใจง่าย
VPN เหมาะกับกรณีที่ต้องการเชื่อมต่อเข้าสู่ Network ขององค์กรจากระยะไกล ขณะที่ TSplus Remote Access เหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้พนักงานเข้าถึงเฉพาะ Application หรือ Desktop ที่จำเป็น โดยสามารถควบคุมสิทธิ์และบริหารจัดการจาก Server ส่วนกลางได้
ควบคุมการเข้าถึงแทนการเปิดทั้ง Network
แนวคิดสำคัญของ TSplus Remote Access คือการให้พนักงานเข้าถึงเฉพาะทรัพยากรที่จำเป็นต่อการทำงาน แทนการเปิดสิทธิ์เข้าสู่ Network ขององค์กรทั้งหมด
แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถควบคุม Application, User และข้อมูลจากส่วนกลางได้ง่ายขึ้น พร้อมรองรับการทำงานแบบ Remote และ Work From Anywhere
ยกระดับ Remote Access ให้เหมาะกับองค์กร
การเลือกวิธี Remote Access ควรพิจารณาทั้งรูปแบบการทำงาน โครงสร้าง Network นโยบายด้านความปลอดภัย และสิทธิ์ที่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องได้รับ
TSplus Remote Access เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับองค์กรที่ต้องการเปิดให้พนักงานใช้งาน Application จากระยะไกล โดยสามารถกำหนดสิทธิ์และบริหารจัดการระบบจาก Server ส่วนกลางได้